Showing posts with label dinosaurs. Show all posts
Showing posts with label dinosaurs. Show all posts

Wednesday, February 20, 2008

ฟอลซิลปิศาจ "กบยักษ์โบราณ" กินลูกไดโนเสาร์เป็นอาหาร


บีบีซีนิวส์/เอพี/เอเยนซี - นักวิทยาศาสตร์อังกฤษ-สหรัฐฯ เผยฟอสซิลที่พบในมาดากัสการ์เป็นของกบยักษ์ที่มีชีวิตเมื่อกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว ตัวใหญ่เท่าลูกบอล หนักถึง 4 กิโลกรัม สันนิษฐานกินได้แม้กระทั่งลูกไดโนเสาร์เกิดใหม่ ตั้งชื่อให้เป็น "กบนรก"

ฟอสซิลกบที่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (University College London: UCL) แห่งอังกฤษและมหาวิทยาลัยสโตนีบรูก (Stony Brook University) แห่งสหรัฐอเมริกาค้นพบในมาดากัสการ์เมื่อปี 2536 นั้น ได้ข้อสรุปแล้วว่าเป็นฟอสซิลของสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 65-70 ล้านปีมาแล้ว โดยมีความยาวลำตัว 40 เซนติเมตร ขนาดพอๆ กับลูกโบว์ลิง และหนักถึง 4 กิโลกรัม นับเป็นกบใหญ่ที่สุดที่เคยพบ

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อให้กบนี้ว่า "บีลซีบูโฟ" (Beelzebofo) ซึ่งหมายถึง "กบที่มาจากนรก" โดยเป็นการผสมคำระหว่าง "บีลซีบุบ" (Beelzebub) ซึ่งเป็นภาษากรีกที่มีความหมายว่า "ปีศาจ" และคำว่า "บูโฟ" (bufo) ซึ่งหมายถึงสัตว์เลื้อยคลานจำพวกกบ คางคก จิ้งเหลนซึ่งกินแมลงเป็นอาหาร

ทั้งนี้กบดึกดำบรรพ์ดังกล่าวมีความแตกต่างอย่างชัดเจนกับกบปัจจุบันที่อาศัยในบริเวณที่พบฟอลซิล

ตามข้อมูลจากเดวิด เคราส์ (David Krause) นักบรรพชีวินวิทยาจากสหรัฐฯ ที่ร่วมค้นพบฟอสซิลกบชนิดนี้ชี้ให้เห็นว่า โครงสร้างปากของกบโบราณนี้แสดงถึงปากที่กว้างและขากรรไกรที่ทรงพลัง รวมทั้งยังมีฟัน และยังมีลักษณะทางกายภาพที่มีกะโหลกค่อนข้างหนา ดังนั้นสัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์นี้อาจไม่ได้กินอาหารอย่างพร่ำเพรื่อ และสันนิษฐานว่ากบชนิดนี้กินลูกไดโนเสาร์เกิดใหม่เป็นอาหาร

"เป็นไปได้ว่ากบปิศาจนี้จะสามารถฉีกกินกิ้งก่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม กบตัวเล็กๆ และด้วยขนาดของมันเป็นไปได้ว่ามันอาจกินได้แม้กระทั่งไดโนเสาร์ที่เพิ่งฟักตัวออกจากไข่" เคราส์กล่าว

ด้านซูซาน อีวานส์ (Susan Evans) นักวิจัยจากภาควิชาเซลล์และชีววิทยาพัฒนาการ มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน เสริมว่ากบโบราณนี้ค่อนข้างมีพฤติกรรมโหดร้ายและมีความสัมพันธ์กับกบมีเขา (Horned frog) ในปัจจุบันซึ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "เซราโทไฟร์ส" (Ceratophys) โดยกบยุคไดโนเสาร์นั้นมีขาสั้นและปากใหญ่ ซึ่งหากกบชนิดนี้มีลักษณะร่วมเช่นเดียวกับกบพันธุ์ปัจจุบันคือมีความก้าวร้าวและพฤติกรรมซุ่มโจมตีเหยื่อแล้ว กบนรกนี้ก็นับเป็นนักล่าที่น่าเกรงขามสำหรับสัตว์เล็กๆ

เคราส์เพิ่มเติมว่าความใกล้เคียงกับกบมีเขาในอเมริกาใต้และความเชื่อมโยงในวงศ์ (family) ของกบโบราณกับกบปัจจุบันช่วยให้นักบรรพชีวินวิทยาต่อจิ๊กซอว์ทฤษฎีการแยกกันของแผ่นทวีปซึ่งทำให้มาดากัสการ์แยกออกจากอเมริกาใต้ในช่วงที่กบบีลซีบูโฟมีชีวิตอยู่ ซึ่งการแยกแผ่นดินในครั้งนั้นทำให้กบโบราณไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ท่ามกลางน้ำเค็ม ความเชื่อมโยงนี้ยังบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ว่ามาดากัสการ์เชื่อมโยงกับแอนตาร์กติการ์ซึ่งน่าจะมีอากาศอบอุ่นมากกว่าทุกวันนี้

กบใหญ่ที่สุดในปัจจุบันพบในแอฟริกาตะวันตกเป็นกบยักษ์ (giliath frog) ซึ่งมีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตรและหนัก 3.3 กิโลกรัมแต่กบชนิดนี้ไม่มีความสัมพันธ์กับกบบีลซีบูโฟ

ทั้งนี้มีกบอยู่บนโลกเมื่อ 180 ล้านปีมาแล้วและโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของสัตว์ชนิดก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก ส่วนกบปีศาจที่ทีมวิจัยพบนี้มีชีวิตอยู่ในยุคครีเตเชียส (Cretaceous) ซึ่งเป็นยุคที่ไดโนเสาร์สูญพันธุ์เมื่ออุกกาบาตขนาดใหญ่พุ่งชนโลกเมื่อ 65ล้านปีที่แล้ว

กบบีลซีบูโฟไม่ได้ใช้ชีวิตยุ่งเกี่ยวกับน้ำหรือกระโดดท่ามกลางพรมหญ้า หากแต่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่กึ่งแห้งแล้ง ส่วนรูปแบบการล่าเหยื่ออาจคล้ายกับกบในปัจจุบันคืออำพรางตัวแล้วกระโดดเข้าหาเหยื่อ

อย่างไรก็ดีแม้ว่ามันจะเป็นราชาแห่งกบแต่บูลซีบูโฟก็ไม่ได้เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ใหญ่ที่สุด โดย "ไพรโอโนซูชัส" (Prionosuchus) ซึ่งมีลักษณะคล้ายจรเข้และมีความยาวถึง 9 เมตร คือสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่ครองตำแหน่งใหญ่สุดและมีชีวิตอยู่ในยุคเพอร์เมียน (Permian Period) ที่สิ้นสุดไปเมื่อ 250 ล้านปีมาแล้ว

ที่มา: http://www.manager.co.th/
Link: http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9510000020975

Thursday, February 14, 2008

จีนพบอีกไดโนเสาร์บินได้รุ่นจิ๋ว


นักวิทยาศาสตร์พบฟอสซิลไดโนเสาร์พันธุ์จิ๋วชนิดใหม่ขนาดเท่านกแก้ว อาศัยอยู่ตามคบไม้ กินแมลงเป็นอาหาร พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ศึกษาไดโนเสาร์บินได้

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ไดโนเสาร์พันธุ์เล็กที่รู้จักกันดีมีชื่อว่า เทอโรซอร์ (Pterosaur) เป็นไดโนเสาร์บินได้ที่เคยดำรงชีวิตอยู่ในยุคไทรแอสสิกจนถึงปลายยุคครีเทเชียส (228-65 ล้านปีก่อน)

เทอโรซอร์เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังชนิดแรกที่บินได้ ปีกมีลักษณะเป็นพังผืดยึดหนัง กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อต่างๆ แผ่จากช่วงออกไปจนถึงนิ้วที่สี่ ยุคแรกมีขากรรไกรยาวฟันครบถ้วนและหางสั้น

วิวัฒนาการช่วงต่อมาหางเริ่มสั้นลงและไม่มีฟัน ฟอสซิลของเทอโรซอร์ที่พบมีขนาดตั้งแต่ตัวเล็กเหมือนนกไปจนถึงตัวใหญ่กางปีกถึง 10 เมตร

ล่าสุด นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์จีนพบไดโนเสาร์อีกชนิดหนึ่งที่มลฑลเหลียวหนิง มีขนาดตัวเท่านกแก้ว มีเท้างุ้ม แสดงว่า มันใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ตามต้นไม้

ทีมนักวิจัยที่พบตั้งชื่อว่า เนมิโคลอพเทรัส คริพติคัส (Nemicolopterus crypticus) มีชีวิตอยู่เมื่อ 120 ล้านปีก่อน สมัยนั้นบริเวณแห่งนี้มีสภาพเป็นป่า การค้นพบครั้งนี้ช่วยเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับไดโนเสาร์เทโรซอร์ที่อาศัยอยู่ในผืนดินตอนในมากขึ้น เนื่องจากฟอสซิลไดโนเสาร์มีปีกส่วนใหญ่พบอยู่ตามชายฝั่ง

นักวิจัย ฟันธงว่า เนมิโคลอพเทรัส คริพติคัส เป็นไดโนเสาร์พันธุ์ใหม่ และเปิดโฉมหน้าใหม่ให้กับการศึกษาวิวัฒนาการของไดโนเสาร์บินได้ ด้วยเหตุที่เนมิโคลอพเทรัส คริพติคัส เป็นไดโนเสาร์บินได้ และมีขนาดเล็กที่สุดในสกุลเทอโนซอร์

ตอนแรกที่พบนักวิจัยยังคิดว่าเป็นลูกนกไดโนเสาร์ด้วยซ้ำ โอกาสพบฟอสซิลชนิดนี้เป็นไปได้ยากมาก ดังนั้น การค้นพบครั้งนี้จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจวิวัฒนาการของสัตว์มีกระดูกสันหลังมีปีกทั้งหลาย

เมื่อพิจารณารูปแบบหัวกะโหลก เห็นว่า ชิ้นส่วนกะโหลกยังเชื่อมต่อกันไม่สนิท หมายความว่า มันยังโตไม่เต็มที่ แต่ส่วนปลายของกระดูกพัฒนาหมดแล้ว มันจึงไม่ได้เป็นตัวอ่อนที่ถูกกกอยู่เช่นกัน นักวิจัยยังไม่แน่ใจว่ามันจะมีขนาดโตเต็มที่แค่ไหน และถึงแม้โตเป็นสองเท่าของขนาดที่พบมันก็ยังเป็นไดโนเสาร์ขนาดเล็กในกลุ่มเดียวกันอยู่ดี

ขาและเท้าของ เนมิโคลอพเทรัส คริพติคัส มีกล้ามเนื้อยึดเกาะอยู่ด้วยแสดงว่า มันสามารถใช้ขาเกาะตามกิ่งไม้ได้ แต่เนื่องจากมันไม่มีฟัน จึงเป็นไปได้ว่ามันกินแมลงเป็นอาหารเท่านั้น

ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/
Link: http://www.bangkokbiznews.com/2008/02/14/WW54_5409_news.php?newsid=229749

Thursday, February 7, 2008

พบฟอสซิลจระเข้รุ่นเก๋ามีแขนขายาว

นักบรรพชีวินชาวบราซิล พบฟอสซิลกระดูกส่วนหัวของสัตว์ดึกดำบรรพ์ชนิดใหม่ เชื่อว่าเป็นจระเข้โบราณที่เกี่ยวข้องกับจระเข้ยุคปัจจุบัน

พวกเขาขนานนามฟอสซิลจระเข้ยุคโบราณนี้ว่า "มอนเตอัลโตซูชุส อาร์รูดาคัมโบซี" เป็นสัตว์กินเนื้อจำพวกสัตว์เลื้อยคลานขนาดกลาง น่าจะมีความยาววัดจากหัวถึงหางได้ราว 5 ฟุตครึ่ง (ประมาณ 1.7 เมตร) มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 80 ล้านปีก่อน หรือช่วงปลายยุคครีเทเชียส (ประมาณ 145 ล้านปี-65 ล้านปีที่แล้ว)

ครีเทเชียเป็นยุคสุดท้ายของมหายุคเมโสโซอิก ซึ่งแบ่งช่วงเวลาออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ไทรแอสสิก จูราสสิก และ ครีเทเชียส ก่อนที่โลกจะพัฒนาเข้าสู่ช่วงพาลีโอซีน ซึ่งเป็นยุคหลังไดโนเสาร์สูญพันธุ์

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยริโอ เดอจาเนโร ประเทศบราซิล กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้มีความหมายต่อวงการวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะถือเป็นตัวอย่างฟอสซิลโบราณกาลที่อยู่ระหว่างจระเข้ที่เคยมีชีวิตอยู่ร่วมกับยุคไดโนเสาร์เมื่อ 80-85 ล้านปีกับจระเข้สายพันธุ์ปัจจุบัน

มอนเตอัลโตซูชุส อาร์รูดาคัมโบซี เป็นสัตว์กินเนื้อตระกูลเพียโรซอร์ริเด มีพฤติกรรมแตกต่างจากจระเข้ในปัจจุบัน มีรูปร่างและโครงสร้างคล้ายคลึงกัน แต่มีแขนขายาวกว่า

ฟอสซิลดังกล่าวพบในเมืองอาร์รูดาคัมปอส ใกล้กับภูเขาอัลโตในเซาเปาโล จึงตั้งชื่อตามสถานที่พบ ขุดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์บราซิลสองคนเมื่อกว่า 3 ปีที่แล้ว และนับเป็นฟอสซิลสำคัญที่นักบรรพชีวินบราซิลค้นพบในรอบสองสามปีที่ผ่านมา

ที่มา: http://www.komchadluek.net/
Link: http://www.komchadluek.net/2008/02/07/x_it_h001_188564.php?news_id=188564